Friday, January 29, 2010
Thursday, January 28, 2010
ทำอย่างไรให้เก่งภาษาอังกฤษ
ผมเป็นคนนึงที่เคยคิดว่าทำอย่างไรเราจะสามารถฟัง พูด อ่าน และเขียนได้ดี เพราะภาษาอังกฤษถือว่าควรจะเป็นภาษาที่สองที่เราควรจะมีในอนาคต จึงพยายามหาหนังสือมาอ่าน จนมาถึงช่วงหนึงได้มีโอกาศได้พบกับหนังสือของ "ครูเคท" ทำให้พอจะมองเห็นภาพว่า จริงๆ แล้วอะไรคือปัญหาของคนไทยในการที่จะสามารถพัฒนาหรือปรับปรุงให้คนไทยสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีกว่าที่เป็นอยู่
อันดับแรกก็คือ "ความกล้า" คนไทยส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะพูดหรือติดต่อกับชาวต่างชาติ เพราะกลัวพูดไปแล้วเค้าฟังไม่รู้เรื่องหรือไม่ก็ได้แต่ยิ้มจึงเป็นที่มาของ สยามเมืองยิ้ม (Thailand - Land of smile)
อันดับที่สองคือ คนไทยชอบจับผิดหรือดูถูกกันเอง เช่น เวลาที่มีคนๆหนึ่งพยายามที่จะพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่าวชาติ แลัวบังเอิญมีคนไทยอีกคนที่ได้เรียนมาสูงกว่าหรือคิดว่าดีกว่าคนอื่น (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเก่งทุกเรื่อง :P) แล้วบังเอิญได้ยินสิ่งที่คนแรกพูดไม่ถูกก็พยายามติหรือว่า จึงทำให้เค้าไม่กล้าพูดหรือพยายามแก้ไขต่อไป ทั้งที่คุณลองเปรียบเทียบกับชาวต่างชาติที่พยายามจะพูดภาษาไทย หรือคนที่ได้ภรรยาเป็นสาวไทยแล้วพยายามสื่อสารกับคนไทยดูแล้วคุณก็จะรู้และเข้าใจได้ว่า มันเป็นความรู้สึกอย่างไร คุณสามารถเข้าใจสิ่งที่เค้าพยายามจะพูดได้ไหม ซึ่งจริงๆแล้วก็ได้ เพราะเราพยายามเข้าใจว่าเค้ากำลังจะพูดอะไร ในทางกลับกันก็เหมือนกับเวลาที่คุณพยายามพูดภาษาอังกฤษกับเค้าเช่นกัน เพราะฉะนั้นความมั่นใจสำคัญที่สุด
อันดับที่สาม เนื่องจากเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษกันมาตั้งแต่เกิดหรือในชีวิตประจำวัน จึงไม่แปลกที่เราจะไม่สามารถฟังหรือพูดได้ (คนไทยเก่งกว่าฝรั่งอีกเรื่องไวยากรณ์) ตามหลักธรรมชาติ คุณลองนึกถึงเด็กทารกดูว่า เค้าสามารถฟังชื่อเค้าหรือพูดโต้ตอบกับพ่อแม่เค้าได้อย่างไร ทั้งๆที่เค้าก็ไม่ได้เรียนมาเลย
ถูกต้องแล้ว เราจะต้องเรียนจากการฟังก่อนแล้วจึงสามารถเข้าใจและพูดโต้ตอบกลับไปได้ ส่วนอ่านและเขียนนั้นไม่ต้องพูดถึงเราคนไทยเรียนมาเยอะแล้ว ;)
ดังนั้นเราต้องมาพัฒนาเรื่องการฟังเป็นอันดับแรก ผมขอแนะนำเครื่องมือต่างๆที่จะสามารถทำให้คุณพัฒนาทักษะทางด้านการฟังให้ดีขึ้นภายใน 3-6 เดือน
อันดับแรกก็คือ "ความกล้า" คนไทยส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะพูดหรือติดต่อกับชาวต่างชาติ เพราะกลัวพูดไปแล้วเค้าฟังไม่รู้เรื่องหรือไม่ก็ได้แต่ยิ้มจึงเป็นที่มาของ สยามเมืองยิ้ม (Thailand - Land of smile)
อันดับที่สองคือ คนไทยชอบจับผิดหรือดูถูกกันเอง เช่น เวลาที่มีคนๆหนึ่งพยายามที่จะพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่าวชาติ แลัวบังเอิญมีคนไทยอีกคนที่ได้เรียนมาสูงกว่าหรือคิดว่าดีกว่าคนอื่น (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเก่งทุกเรื่อง :P) แล้วบังเอิญได้ยินสิ่งที่คนแรกพูดไม่ถูกก็พยายามติหรือว่า จึงทำให้เค้าไม่กล้าพูดหรือพยายามแก้ไขต่อไป ทั้งที่คุณลองเปรียบเทียบกับชาวต่างชาติที่พยายามจะพูดภาษาไทย หรือคนที่ได้ภรรยาเป็นสาวไทยแล้วพยายามสื่อสารกับคนไทยดูแล้วคุณก็จะรู้และเข้าใจได้ว่า มันเป็นความรู้สึกอย่างไร คุณสามารถเข้าใจสิ่งที่เค้าพยายามจะพูดได้ไหม ซึ่งจริงๆแล้วก็ได้ เพราะเราพยายามเข้าใจว่าเค้ากำลังจะพูดอะไร ในทางกลับกันก็เหมือนกับเวลาที่คุณพยายามพูดภาษาอังกฤษกับเค้าเช่นกัน เพราะฉะนั้นความมั่นใจสำคัญที่สุด
อันดับที่สาม เนื่องจากเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษกันมาตั้งแต่เกิดหรือในชีวิตประจำวัน จึงไม่แปลกที่เราจะไม่สามารถฟังหรือพูดได้ (คนไทยเก่งกว่าฝรั่งอีกเรื่องไวยากรณ์) ตามหลักธรรมชาติ คุณลองนึกถึงเด็กทารกดูว่า เค้าสามารถฟังชื่อเค้าหรือพูดโต้ตอบกับพ่อแม่เค้าได้อย่างไร ทั้งๆที่เค้าก็ไม่ได้เรียนมาเลย
ถูกต้องแล้ว เราจะต้องเรียนจากการฟังก่อนแล้วจึงสามารถเข้าใจและพูดโต้ตอบกลับไปได้ ส่วนอ่านและเขียนนั้นไม่ต้องพูดถึงเราคนไทยเรียนมาเยอะแล้ว ;)
ดังนั้นเราต้องมาพัฒนาเรื่องการฟังเป็นอันดับแรก ผมขอแนะนำเครื่องมือต่างๆที่จะสามารถทำให้คุณพัฒนาทักษะทางด้านการฟังให้ดีขึ้นภายใน 3-6 เดือน
- ให้หาหนังฝรั่ง DVD ที่มี subtitle มาลองฟังดูก่อน แล้วดูจาก subtitle ว่าเค้าพูดคำว่าอะไร
- ฟังเพลงที่ชอบจังหวะหรือทำนอง แล้วให้หาเนื้องเพลงมาลองอ่านแล้วแปลดู เครื่องมือช่วย google tanslator
- Internet นี่แหล่ะสุดยอดแล้ว BBC Radio , YouTube
เพิ่มเติมได้น่ะครับ ขอให้โชคดีกันทุกๆคนน่ะ
Monday, January 25, 2010
โปรแกรมดีๆ ที่ไม่ต้องเสียเงิน
- โปรแกรมตกแต่งรูปภาพ "GIMP" ทำงานได้เทียบเท่ากับโปรแกรมตกแต่งภาพ Photoshop เลย download ลองเอาไปลองใช้งานดู เอกสารคู่มือภาษาไทย
Sunday, January 24, 2010
การสร้างกำลังใจ - self motivation
"การสร้างกำลังใจ" คือ การสร้างทัศนคติที่ถูกต้องในการใช้ชีวิต,การทำงาน, การต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรค์ในชีวิต เพื่อให้สามารถที่จะยังคงต่อสู้และมีกำลังใจในการก้าวเดินต่อไปในชีวิตและท้ายสุดแล้วคือ ความต้องการที่จะประสพความสำเร็จในชีวิตในการที่จะมีเพียงปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิตและยังมีเหลือพอที่จะให้หรือช่วยเหลือผู้อื่นที่ด้อยกว่าเราและสุด้ทายมีความสุขและสงบ
บางครั้งในการดำเนินชีวิตของเราในแต่ละวันที่ผ่านไป ไม่มีใครรู้ว่าจะมีสิ่งดีหรือไม่ดีเกิดขึ้น คงไม่มีใครอยากจะให้สิ่งไม่ดีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเมื่อสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น เราจะทำอย่างไรกับมัน เพื่อที่จะต่อสู้หรือผ่านมันไปให้ได้อย่างดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
แต่ละคนมีวิธีในการสร้างกำลังใจที่แตกต่างกัน บางคนกลับใช้ปัญหาขณะนั้นกลับเป็นแรงกระตุ้นหรือผลักดันให้ต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรค์และผ่านมันไปได้ด้วยดี บางคนใช้วิธีอ่านหนังสือ บางคนใช้วิธีคุยหรือปรึกษากับเพื่อนหรือคนที่มีประสพการณ์แบบนั้นมาก่อนแล้วนำมาปรับใช้กับสถานะการณ์ของตัวเองเพื่อที่จะผ่านอุปสรรค์นั้นๆ ไปได้
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากๆของชีวิต สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงผลักดันหรือแรงกระตุ้นในการต่อสู้กับอุปสรรค์คือ"การยอมรับความจริง" ไม่มีใครไม่เคยทำผิดแต่ผิดแล้วต้องยอมรับและพยายามจะไม่ให้เกิดความผิดพลาดเกิดขึ้นมาอีกได้ บางครั้งคุณอาจจะต้องการใครสักคน เพียงคนเดียวที่เข้าใจรับฟังปัญหาที่คุณต้องเผชิญ แม้ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำนั้นอาจจะไม่ถูกต้องนักในเวลานั้น แต่นั่นอาจจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่คุณสามารถที่จะทำได้ในเวลานั้น บางครั้งคุณอาจจะต้องมองหาสิ่งที่จะเป็นเป้าหมายในชีวิตแม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่เล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตาม อาจจะเป็นคนใกล้ตัวในครอบครัวคุณ เช่น พ่อแม่ พี่น้อง ลูก หรือญาติๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณโดยจะต้องมีความสัมพันธ์ทางด้านจิตใจเป็นส่วนประกอบด้วย
ความสัมพันธ์ที่ว่า อาจจะเป็นความรัก ความผูกพัน ที่ท่านเคยเกี่ยวข้องกันมาแล้วพยายามรวบรวมความคิดที่ว่า เรามีชีวิตหรือทำสิ่งต่างทุกๆ วันที่ผ่านไปนี้เพื่อใครสักคน อย่าทำเพราะต้องทำ ให้ทำอย่างมีความสุขเพื่อคนที่เราหวังดี หรืออยากให้เค้ามีความสุข แม้ว่าคนๆ นั้นอาจจะไม่เคยได้รับรู้เลยว่ามีใครคนหนึ่งกำลังพยายามต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรค์เพื่อพยายามทำสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แล้ววันหนึ่งผลของความสำเร็จนั้นมันอาจจะส่งผลกระทบไปให้กับคนๆ นั้นด้วย
ขอให้คุณลองหาใครซักคนเพื่อเป็นกำลังใจหรือแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่างๆ ในชีวิต ในการต่อสู้ปัญหาและอุปสรรค์ แม้ว่าคนๆ นั้นอาจจะไม่เคยได้รับรู้เลย แล้ววันนึงเมื่อคุณผ่านมันไปได้ขอให้คุณได้มีโอกาศกลับไปบอกหรือขอบคุณคนนั้นว่า "ถ้าไม่มีเค้าคนนั้นในวันนั้นอาจจะไม่มีเราในวันนี้"
บางครั้งในการดำเนินชีวิตของเราในแต่ละวันที่ผ่านไป ไม่มีใครรู้ว่าจะมีสิ่งดีหรือไม่ดีเกิดขึ้น คงไม่มีใครอยากจะให้สิ่งไม่ดีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเมื่อสิ่งไม่ดีเกิดขึ้น เราจะทำอย่างไรกับมัน เพื่อที่จะต่อสู้หรือผ่านมันไปให้ได้อย่างดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
แต่ละคนมีวิธีในการสร้างกำลังใจที่แตกต่างกัน บางคนกลับใช้ปัญหาขณะนั้นกลับเป็นแรงกระตุ้นหรือผลักดันให้ต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรค์และผ่านมันไปได้ด้วยดี บางคนใช้วิธีอ่านหนังสือ บางคนใช้วิธีคุยหรือปรึกษากับเพื่อนหรือคนที่มีประสพการณ์แบบนั้นมาก่อนแล้วนำมาปรับใช้กับสถานะการณ์ของตัวเองเพื่อที่จะผ่านอุปสรรค์นั้นๆ ไปได้
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากๆของชีวิต สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงผลักดันหรือแรงกระตุ้นในการต่อสู้กับอุปสรรค์คือ"การยอมรับความจริง" ไม่มีใครไม่เคยทำผิดแต่ผิดแล้วต้องยอมรับและพยายามจะไม่ให้เกิดความผิดพลาดเกิดขึ้นมาอีกได้ บางครั้งคุณอาจจะต้องการใครสักคน เพียงคนเดียวที่เข้าใจรับฟังปัญหาที่คุณต้องเผชิญ แม้ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำนั้นอาจจะไม่ถูกต้องนักในเวลานั้น แต่นั่นอาจจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่คุณสามารถที่จะทำได้ในเวลานั้น บางครั้งคุณอาจจะต้องมองหาสิ่งที่จะเป็นเป้าหมายในชีวิตแม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่เล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่เพียงใดก็ตาม อาจจะเป็นคนใกล้ตัวในครอบครัวคุณ เช่น พ่อแม่ พี่น้อง ลูก หรือญาติๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณโดยจะต้องมีความสัมพันธ์ทางด้านจิตใจเป็นส่วนประกอบด้วย
ความสัมพันธ์ที่ว่า อาจจะเป็นความรัก ความผูกพัน ที่ท่านเคยเกี่ยวข้องกันมาแล้วพยายามรวบรวมความคิดที่ว่า เรามีชีวิตหรือทำสิ่งต่างทุกๆ วันที่ผ่านไปนี้เพื่อใครสักคน อย่าทำเพราะต้องทำ ให้ทำอย่างมีความสุขเพื่อคนที่เราหวังดี หรืออยากให้เค้ามีความสุข แม้ว่าคนๆ นั้นอาจจะไม่เคยได้รับรู้เลยว่ามีใครคนหนึ่งกำลังพยายามต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรค์เพื่อพยายามทำสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แล้ววันหนึ่งผลของความสำเร็จนั้นมันอาจจะส่งผลกระทบไปให้กับคนๆ นั้นด้วย
ขอให้คุณลองหาใครซักคนเพื่อเป็นกำลังใจหรือแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่างๆ ในชีวิต ในการต่อสู้ปัญหาและอุปสรรค์ แม้ว่าคนๆ นั้นอาจจะไม่เคยได้รับรู้เลย แล้ววันนึงเมื่อคุณผ่านมันไปได้ขอให้คุณได้มีโอกาศกลับไปบอกหรือขอบคุณคนนั้นว่า "ถ้าไม่มีเค้าคนนั้นในวันนั้นอาจจะไม่มีเราในวันนี้"
Thursday, January 21, 2010
ภาษิต คติธรรม คำสอน เดือนนี้
ถึงแม้ว่าเราจะเดินช้า แต่เราก็ไม่เคยเดินถอยหลัง
คนที่มีปัญญาเห็นแก่ตัว สู้คนโง่ทำเพื่อส่วนรวมไม่ได้
ควรยอมผิดใจกับสุภาพชน แต่อย่าผิดใจกับคนพาล
คนดีมักถูกรังแก ม้าดีมักถูกควบขี่
การวางเฉยเป็นมารยาทที่ดี แต่มากนักมักเป็นคนลับลมคมใน
การไม่สามารถแยกดี-ชั่ว เป็นบุคคลที่น่าห่วงใยที่สุด
การเคารพนบน้อบผู้อื่น แล้วผู้อื่นก็จะเคารพนบน้อมท่าน
โชควาสนาติดตามคนกล้า เคราะห์กรรมตามหลังคนขลาด
คนที่มีปัญญาเห็นแก่ตัว สู้คนโง่ทำเพื่อส่วนรวมไม่ได้
ควรยอมผิดใจกับสุภาพชน แต่อย่าผิดใจกับคนพาล
คนดีมักถูกรังแก ม้าดีมักถูกควบขี่
การวางเฉยเป็นมารยาทที่ดี แต่มากนักมักเป็นคนลับลมคมใน
การไม่สามารถแยกดี-ชั่ว เป็นบุคคลที่น่าห่วงใยที่สุด
การเคารพนบน้อบผู้อื่น แล้วผู้อื่นก็จะเคารพนบน้อมท่าน
โชควาสนาติดตามคนกล้า เคราะห์กรรมตามหลังคนขลาด
Tuesday, January 19, 2010
Pop Idol - ตัวอย่างแมนๆ
คุณเคยมีคนที่เป็นตัวอย่างหรือต้นแบบดีๆ (Role Model) ที่น่าจะเป็นต้นแบบในการทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตให้ดำเนินไปด้วยความดี ทำประโยชน์ให้เกิดขึ้นทั้งตัวเอง, ผู้อื่น และสังคม บ้างหรือปล่าว ลองมาดูต้นแบบดีๆ ของคนสาธารณะแบบลูกผู้ชายควรจะดูเป็นตัวอย่างแล้วทำให้ได้เพียงครึ่งนึงของเค้ากันดูบ้าง ประเทศไทยคงน่าอยู่และมีความสุขกันมากขึ้น ดีกว่าทำหน้าหล่อๆไปวันๆน่ะ :P
เรย์ แมคโดนัลด์ คนนี้ก่อนเลย เห็นอยู่หน้าจอมาหลายปีแล้ว แต่เป็นคนหนุ่มที่มีคุณภาพคงเส้นคงวามาตลอด ขอให้เค้าเป็นตัวอย่างของบุคคลสาธารณะ แบบแมนๆ ต่อไป keep up a good work!!!
เจษฎาภรณ์ ผลดี คนนี้อีกหนึ่งหนุ่มที่มีคุณภาพที่หนุ่มๆ ควรจะดูเป็นตัวอย่าง คนที่ประสพความสำเร็จในด้านหน้าที่การงานแล้ว พอถึงจุดหนึ่งควรจะรู้จักหยุด และพอใจกับสิ่งที่ตนมี และทำประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ และสังคมบ้าง
*อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนนี้คงไม่ต้องพูดถึง ใครๆก็คงรู้จัก ท่านเป็นแบบอย่างของคนที่ประสพความสำเร็จในชีวิตและการทำงาน มีการศึกษาที่ดี มีครอบครัวที่ดี เป็นแบบอย่างของบุุคคลที่มีการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุและผลที่สำคัญยังคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามจากความคิดและการกระทำนั้นๆ ท่านเป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างของลูกผู้ชายควรจะเอาเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่เอาแต่กอบโกยทุกๆ อย่าง แล้วทำหน้าเหลี่ยม!!! เอร้ยย.........หน้าหล่อไปวันๆ :P
เรย์ แมคโดนัลด์ คนนี้ก่อนเลย เห็นอยู่หน้าจอมาหลายปีแล้ว แต่เป็นคนหนุ่มที่มีคุณภาพคงเส้นคงวามาตลอด ขอให้เค้าเป็นตัวอย่างของบุคคลสาธารณะ แบบแมนๆ ต่อไป keep up a good work!!!
เจษฎาภรณ์ ผลดี คนนี้อีกหนึ่งหนุ่มที่มีคุณภาพที่หนุ่มๆ ควรจะดูเป็นตัวอย่าง คนที่ประสพความสำเร็จในด้านหน้าที่การงานแล้ว พอถึงจุดหนึ่งควรจะรู้จักหยุด และพอใจกับสิ่งที่ตนมี และทำประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ และสังคมบ้าง
*อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนนี้คงไม่ต้องพูดถึง ใครๆก็คงรู้จัก ท่านเป็นแบบอย่างของคนที่ประสพความสำเร็จในชีวิตและการทำงาน มีการศึกษาที่ดี มีครอบครัวที่ดี เป็นแบบอย่างของบุุคคลที่มีการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุและผลที่สำคัญยังคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามจากความคิดและการกระทำนั้นๆ ท่านเป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างของลูกผู้ชายควรจะเอาเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่เอาแต่กอบโกยทุกๆ อย่าง แล้วทำหน้าเหลี่ยม!!! เอร้ยย.........หน้าหล่อไปวันๆ :P
Subscribe to:
Posts (Atom)


