Sunday, October 7, 2012

โรคซึมเศร้า ภัยร้ายใกล้ๆ ตัวคุณ - I

หลายๆ คนคงจะได้เคยได้ยินหรือรู้จักโรคนี้กันมาบ้าง ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า จริงๆ แล้วโรคนี้ก็คือ โรคที่เกี่ยวข้องกับสภาวะทางจิตใจ สภาวะความคิด ความรู้สึกที่มันหดหู่ ตกต่ำ คิดวนเวียนแต่เรื่องเดิม มีความวิตก เครียด หาทางออกไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต บางครั้งมันก็จะส่งผลต่อเนื่องไปยังสภาวะทางร่างกายต่อมา เช่น ปวดหัว ปวดเมื้อย ปวดหลัง ความดัน รวมถึงมะเร็ง เหมือนที่มีคนเคยบอกว่า "ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว"
หลายๆ คนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ ผมจะบอกว่า มันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆ คนในโลกนี้ รวมถึงพวกคุณที่กำลังอ่านอยู่นี่ด้วย ผู้ป่วยโรคนี้จริงๆ แล้วยังสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปรกติ สามารถเดินทางไปทำงาน หรือเที่ยวสนุกได้ตามปรกติ แต่เมื่อวันเวลาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม อาการต่างๆ จะค่อยๆ ก่อตัวและสะสมที่ละเล็กละน้อย จนทำให้แม้แต่ตัวเราเองนั้น ก็ไม่ทันได้ระมัดระวัง จนถึงจุดอิ่มตัวแล้วคุณอาจจะไม่เชื่อว่า แค่จุดกำเนิดหรือต้นตอของปัญหาเพียงเท่านั้นจะสามารถฉุดคราชีวิตของคนๆ หนึ่งซึ่งอาจจะเป็นคนที่เรารู้จัก คนที่เรารักหรือคนใกล้ตัว ที่ไม่มีใครเชื่อได้ว่า วันหนึ่งเค้าจะสามารถเป็นไปได้ถึงเพียงนี้หรือ อีกข้อที่สำคัญ โรคนี้เป็นโรคที่สามารถสืบทอดผ่านกรรมพันธ์ได้ด้วย นั้นหมายความว่า ถ้าในครอบครัวคุณหรือญาติ เคยมีผู้ป่วยโรคนี้ คุณก็อาจจะเข้าข่ายความเสี่ยงจากโรคนี้ได้

ปล. ข่าวดีโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาด ได้ด้วยการพบจิตแพทย์และทานยา หรือไม่ต้องใช้ยาเลย หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จากคนที่รู้และเข้าใจ

Saturday, October 6, 2012

กว่าจะรู้ค่าของสิ่งที่มีอยู่ก็สูญเสียมันไปแล้ว

ในชีวิตคนเรามีหลายๆสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ความคิดความรู้สึกก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เหตุการณ์ต่างๆ ทั้งดีและร้ายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็แตกต่างกันไป เค้าถึงเรียกว่า ประสพการณ์ชีวิตของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แม้เรื่องราวจะคล้ายกันก็ตาม จะมีรายละเอียดทางด้านอารมณ์และความรู้สึก ทำให้เราโต้ตอบตอบกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาในชีวิต ไม่เหมือนหรือแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

บางครั้งเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นอาจจะใช้เวลาเพียงน้อยนิด แต่ความรู้สึกดีนั้นมันอยู่นานยิ่งกว่า แต่พอมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นแล้ว ความรู้สึกดีๆที่ผ่านมานั้นมันจะหายหรือลดลงไปอย่างน่าใจหาย ซึ่งมันก็เกิดจากความรู้สึกนึกคิดของเรานั่นเอง คงไม่มีใครที่สามารถเลือกที่จะมีแต่เรื่องดีๆ คนดีๆ เข้ามาในชีวิตของเราได้ทั้งหมดหรอก บางครั้งมันก็จะต้องมีเรื่องไม่ดี เหตุการณ์ คนที่เรารู้จัก ทำงานด้วยที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดีได้ จากทั้งหมดก็จะเห็นว่า มันอยู่ที่เราเข้าใจกับเรื่องราวต่างๆ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมากแค่ไหน

เหมือนกับเวลาที่เรามองลงไปบนกระดาษสีขาวซักแผ่น หลายๆ คนก็มักจะชอบมองหาแต่จุดดำ หรืออะไรก็แล้วแต่เล็กๆ บนกระดาษนั้น นั่นก็ทำให้เราเห็นได้ว่า เรานั้นมักจะคอยมองหาแต่ข้อเสียหรือข้อไม่ดี จากสิ่งที่เรามองเห็น ทั้งๆที่ กระดาษสีขาวนั้นมีพื้นที่ใหญ่กว่ามาก แต่ไม่มีอะไรให้เรา สนใจ หรือหาเรื่องพูดถึงได้ นั้นจึงเป็นที่มาของเรา ที่เราก็มักจะหยิบเอาเรื่องหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นจุดดำเล็กๆ ของชีวิต ขึ้นมาเพื่อทำร้ายชีวิตเราเอง หรือจมอยู่กับแต่ความคิดลบๆ โกรธ โมโห เกลียด คนที่เข้ามาแล้วทำให้เราขุ่นข้องหมองใจ ทั้งการการกระทำและคำพูด

บางครั้งคนดีๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรานั้น อาจจะมีเวลาได้คุยกับเค้าเพียงเสี้ยวนาทีของชีวิตที่ผ่านมา แต่มันทำให้เกิดความรู้สึกอิบเอิบใจไปนานแสนนาน จะมีซักกี่คนที่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้เพื่อเก็บเป็นกำลังให้เราได้คิดถึงในวันเวลาที่ผ่านไป เมื่อเราต้องไปเจอ หรือต้องข้องเกี่ยวกับคนร้ายๆ เราจะได้มีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ เพื่อให้ได้เจอคนดีๆ คนนั้นแบบนั้นอีกซักครั้งในชีวิต

"เปลี่ยนความคิด..ชีวิตเปลี่ยน" ทำยากน่ะ ถ้าจิตใจคุณไม่ดีพอก็อย่าไปอ่านมากนักหนังสือพวกนี้ เพราะมันสามารถที่จะกลับย้อนเข้ามาทำร้ายความรู้สึกของคุณได้ ถ้าคุณไปเจอ เนื้อหาหรือเรื่องบางเรื่องที่คุณผ่านมาเอง ต่อให้ทำอย่างไรคุณก็ไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดไปแล้ว คุณจะไม่กลับไปอ่านมันอีกเลยเชื่อผม เพราะคุณจะรู้สึกว่า คุณเป็นคนที่ดีไม่พอที่จะเปลี่ยนชีวิต

เป็นกำลังใจให้คนที่กำลังมองโลกเป็นสีเทา โลกจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่คนมอง แต่....คนมองนั้นผ่านเรื่องราวอะไรในชีวิตมาบ้างก็อาจจะทำให้โลกของเค้านั้นแต่ต่างกันไป.

Wednesday, October 3, 2012

วิธีลดความอ้วนให้ได้ผล

หลายๆ คน คงจะมีวิธีหลากหลายวิธี อดอาหารบ้าง ออกกำลังกายบ้าง ทานยาบ้าง อย่างนั้นลองมาทำความเข้าใจว่า แล้วเราอ้วนได้อย่างไร


  • กรรมพันธ์   อันนี้แก้ยากหน่อยเพราะไม่รู้จะแก้ยังไง
  • ความเครียด   อันนี้คุณอาจจะไม่เชื่อ ลองมาดูเหตุผลกัน ความเครียดที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องทำงานแล้วเครียด บางทีก็อาจจะเกิดจากเรื่องราวที่เกิดในชีวิตคนเราที่เข้ามากระทบไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก อกหักรักคุด อันนี้ไม่เชื่อต้องลองพิสูจน์ดู :)  คราวนี้มาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
    • เวลาสมองเกิดความเครียดมันจะหลังสารอะไรบางอย่างไม่รู้ รู้แต่ว่ามันทำให้ไปกดระบบการทำงานบางอย่างทำให้ระบบโดยรวมมีการเปลี่ยนแปลงแล้วทำงานไม่ปรกติ
    • ธรรมชาติของมนุษย์นั้นชอบความสุขและหาความสุขใส่ตัว ความสุขของมนุษย์ก็มีหลากหลาย เช่น การกิน การนอน การขับถ่าย การดูหนังฟังเพลง ออกไปเที่ยว ช๊อปปิ้ง อื่นๆอีก แต่ดูแล้วเหมือนมนุษย์จะมีความต้องการความสุขทางกายมากกว่าทางใจ
    • เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า เวลาที่เราเครียดหรือมีความกังวล เราจะพยายามหาทางออก หรือหาความสุขให้ได้เร็วที่สุด เหมือนที่สาวๆ จะบอกว่าช้อปปิ้งแล้วหายเครียด เพราะฉะนั้นการหาของกินอร่อยๆ ก็ดูจะเป็นอีกหนึ่งทางออกที่หาได้ง่ายและตอบสนองความสุขทางกายได้มีประสิทธิภาพสูงสุด
    • จากนั้นก็จะเริ่มกิน พออิ่มความเครียดหรือความกังวลต่างๆก็จะลดลง จึงค้นพบว่าคราวหน้าถ้าเครียดก็หาอะไรๆกินเข้าไปดีกว่า แต่....ส่วนใหญ่แล้วคนที่เครียดนั้น เวลากินแล้วจะพยายามให้ตัวเองรู้สึกอิ่มหรืออร่อยให้เร็วที่สุด ก็จะพยายามกินเข้าไปให้ได้มากที่สุด
    • อีกสาเหตุสำคัญคือเวลาเครียด คนเรามักจะขาดสติ ยั้งคิด จึงเลยเถิด และสะสมไขมันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว แถมยังเข้าข้างตัวเองด้วยว่า ไม่เห็นอ้วนเลยก็ยังดูดี สวย หล่ออยู่ เพราะขาดสติ : )
จากเหตุผลที่กล่าวข้างต้นมาทั้งหมด ก็พอจะมองเห็นปัญหาแล้วว่า อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของความอ้วน คราวนี้เราจะมาดูกันว่าเราจะลดมันได้อย่างไรดี
  • ลดความเครียดลง ก็จะเป็นอีกตัวช่วยหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้ แต่ทำยากมาก
  • ลองเลือกช่วงเวลาในการลดความอ้วนดูใหม่ เช่น ลองลดน้ำหนัดช่วงเวลาที่เรามีความสุขสงบ หรือมีความรักดู  เพราะตอนนั้นเราจะมีความสุข บางครั้งข้าวปลาก็ไม่อยากกิน เพราะมันอิ่มอกอิ่มใจ และความรักก็ยังทำให้เรารักและดูแลตัวเอง เพื่อให้ดูดีกับคนอื่นๆ
ไม่รู้ว่าจะช่วยได้แค่ไหน แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้หลายๆคนที่กำลังอยากจะลดความอ้วนดู : )

Tuesday, February 14, 2012

ฟังดนตรีเพื่อผ่อนคลาย

ในชีวิตประจำวันของหลายๆ คนที่ทำงานอยู่กับหน้าคอมพิวเตอร์ อาจจะมีความเครียดหรือสับสนไม่มีสมาธิได้  จริงๆแล้วในสมองคนเรานั้นจะมีระดับคลื่นความถี่ที่ทำงานและจะเปลี่ยนเป็นช้าหรือเร็วนั้น ขึ้นอยู่กับความคิดเหมือนกัน เราสามารถสังเกตุได้ว่า เวลาที่เราได้ยินเสียงดังรบกวนจะเห็นว่าเราจะไม่มีสมาธิในการทำงานหรือตั้งใจทำอะไรบางอย่าง ซึ่งเสียงนั้นๆ ก็คือคลื่นความถี่ที่เข้ามากระทบกับสมองของเราโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว ดังนั้นเมื่อเราทราบสิ่งนี้แล้วเราก็อาจจะสามารถที่จะสร้างความสงบในจิตใจของเราได้ในบางครั้งโดยอาศัยหลักการนี้ของการใช้ดนตรีเพื่อความผ่อนคลาย โดยส่วนใหญ่แล้วมนุษย์นั้นชอบอยู่กับธรรมชาติ การได้ยินเสียงธรรมชาติ เช่น เสียงของต้นไม้ สายธารน้ำ เสียงนกร้อง จะทำให้ผู้ฟังมีความรู้สึกผ่อนคลาย วันนี้ผมลองเอาเพลงที่ฟังแล้วสบายๆ มาให้ลองฟังกันดู สามารถแนะนำติชมได้น่ะครับ






Wednesday, February 8, 2012

ตั้งใจจะมีชีวิตอยู่อย่างคนมีค่าและมีชีวิตชีวา....

        ความตั้งใจที่จะมีชีวิตอยู่เช่นนี้มีความสำคัญมากทำให้ชีวิตมีจุดเป้าหมายและอยู่อย่างกระตือรื้อร้นมีชีวิตชีวา เหมือนนั่งเครื่องบินแล้วรุ้ว่าจะไปลงที่จุดหมายปลายทางที่ใด ถ้าขาดความตั้งใจที่จะอยู่อย่างคนมีค่า ชีวิตจะมีแต่การเล่นสนุกไปวันๆ มีทั้งกินเล่น นอนเล่น เดินเล่น ทำงานเล่นๆ เรียนเล่นๆ และมักจะปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม ทำให้ไม่น่ารัก ขาดสมดุล และไม่สร้างสรรค์
       ถ้าตั้งใจจะมีชีวิตอยู่อย่างคนมีค่าแล้ว เราจะเลือกและจัดสรรคเฉพาะ สิ่งดีๆ มีคุณค่าให้กับชีวิตตนเอง ทั้งการกิน การนอน การออกกำลังกาย การคบเพื่อน การทำงาน การเลือกคู่ครอง การอบรมบุตรหลาน
      จะรู้จักการเลือกกินอาหารที่พอดี นอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มากพอ มีอารมณ์ขัน มีจิตใจรักเพื่อนมนุษย์ มองไกล ใฝ่ดี มีคุณธรรม มีวินัย รู้จักทำตัวให้คนรัก รู้จักทำงานเพื่อให้ตนเองมีค่า มีศาสนาไว้ยึดเหนี่ยวโดยเฉพาะในยามตกอับ ชีวิตก็จะเหมือนเครื่องบินที่บินขึ้นไปแล้วและรู้ว่ามีสนามบินเตรียมพร้อมให้ลงได้อย่างปลอดภัย
      การทำตัวให้มีชีวิตชีวา กระชุ่มกระชวยอยู่เสมอ จะทำให้ต่อสู้กับความชราได้ดีมาก ถ้าขาดความตั้งใจจะมีชีวิตอยู่แล้ว มักจะปล่อยปละตัวเอง ไม่ดูแลตัวเอง ทอดทิ้งตัวเอง จิตใจก็ไม่ดี เหนื่อย หน่ย เซ็ง ท้อใจเสมอ และมักไม่ชอบตัวเองด้วย

ที่จากหนังสือ "อยู่อย่างสง่า"
ศ.ดร.นายแพทย์วิทยา นาควัชระ





Sunday, June 6, 2010

ภาษิต คติธรรม คำสอน เดือนนี้

ดอกไม้งามไม่หอม ดอกไม้หอมไม่งาม


      การดำรงชีวิตประจำวัน ใช้คำว่า "ง่าย ๆ" ย่อมสบาย


ความรู้ทำให้รู้จักถ่อมตน ไร้ความรู้ทำให้จองหองอวดดี


      ความโกรธทำให้ตนเองรับทุกข์ทรมาน


คนโง่เท่านั้นมักอวดตนเป็นคนฉลาด


      สุภาพชนเหนือผู้อื่น อยู่ที่รู้จักนอบน้อมถ่อมตนเท่านั้น

Wednesday, June 2, 2010

G-mail กับการใช้งานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

   การนำระบบ IT มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเราควรแบ่งเวลาศึกษานำมาใช้ในเกิดประโยชน์สูงสุด ระบบ e-mail จาก google ถือว่าเป็นระบบ e-mail ที่ประสิทธิภาพสูงมาก และที่สำคัญฟรีด้วย วันนี้จะแนะนำเกี่ยวกับการใช้และเครื่องมือต่างๆ ในการใช้งานสูงสุด คุณจำเป็นจะต้องมี account e-mail ของ google ก่อนเลย ถ้าไม่มีก็สมัครได้ ที่นี่ ซึ่งแน่นอนชื่อ e-mail ของคุณจะเป็น xxxxxxx@gmail.com คุณสามารถดูรายละเอียดวิธีการสมัครจาก ที่นี่ เมื่อได้ e-mail คุณก็ทำการ login เข้าไปสู่ระบบโดยจะมีรูปแบบการใช้งานโดยทั่วๆไปของระบบ web-base e-mail เหมือนกับ hotmail หรือ yahoo
    รายการข้างล่างนี้เป็นหัวข้อความสามารถต่างๆที่คุณสามารถที่จะใช้งานระบบ gmail ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับบางท่านอาจจะไม่รู้เสียด้วยซ้ำ
  • Google Calendar ระบบปฏิทินระบบงาน เหมือนที่คุณเคยใช้ใน Microsoft Outlook คุณสามารถใช้ในการกำหนดการตารางเวลาในการทำงาน หรือบันทึกสิ่งที่คุณทำไปในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสามารถดู รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือทั้งปี
  • Google Docs เป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเอกสารเหมือน Microsoft Word, Excel หรือแม้แต่ PowerPoint คุณสามารถสร้างเอกสารทั้งหมดข้างต้น โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเลย!!! 
     มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คน IT ใช้งานเท่านั้นแต่มันออกแบบมาให้คนทั่วๆไปใช้งานเพราะฉะนั้นเค้าได้มีการวิเคราะห์และออกแบบมาอย่างดี ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ลองใช้งานดูน่ะ :D